You are hereประวัติอาจารย์เจี๊ยบ
ประวัติอาจารย์เจี๊ยบ

"อาจารย์เจี๊ยบ" ชื่อจริง "พ.อ.อุชุกร ทรงวรัชญ์"
วิสัยทัศน์ (Vision)
เป็น "ผู้นำแห่งการพัฒนาคุณภาพชีวิต" ที่นำหลักคำสอนของศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยเสริมสร้างสันติสุขและสันติภาพให้เกิดขึ้นในมวลหมู่มนุษยชาติ และเผยแผ่หลักคำสอนนี้ออกไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก
ตำแหน่งงานปัจจุบัน
- รับราชการในตำแหน่ง : หัวหน้ากองการภาพ กรมการทหารสื่อสาร
- นักวิชาการอิสระ
- ที่ปรึกษาส่วนบุคคล ที่ปรึกษาธุรกิจ อาจารย์ และวิทยากรฝึกอบรม
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต(วทบ.ทบ.) สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู รุ่นที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
- หลักสูตรนายทหารปลัดบัญชีระดับบริหาร รุ่นที่ 13 โรงเรียนการเงินทหารบก
- หลักสูตรเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 73 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง
- หลักสูตรเสนาธิการทหารรุ่นที่ 50 วิทยาลัยเสนาธิการทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
การศึกษา ดูงานในต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น,
เกาหลีใต้ , ฮ่องกง, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ลาว, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน, อินเดีย-เนปาล
ประสบการณ์ที่สำคัญในอดีต/ราชการพิเศษ
- ผู้บังคับหมวดศูนย์ข่าวและนำสาร กองร้อยวิทยุและศูนย์ข่าว กองพันทหารสื่อสารที่ 22
- ผู้บังคับกองร้อยวิทยุและศูนย์ข่าว กองพันทหารสื่อสารที่ 13
- ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสารที่ 12 รักษาพระองค์
- ราชองครักษ์เวรประจำพระองค์ ฯ
- อาจารย์หัวหน้าวิชาการสื่อสารประเภทวิทยุและอิเล็กทรอนิกส์ประยุกต์ โรงเรียนทหารสื่อสาร
- หัวหน้าแผนกเตรียมการ โรงเรียนทหารสื่อสาร
- อาจารย์หัวหน้าวิชาทั่วไป โรงเรียนทหารสื่อสาร
- รองผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนทหารสื่อสาร
- รองหัวหน้าสำนักงานประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนทหารสื่อสาร
- อาจารย์พิเศษ"โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่" สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สถาบัน SMEs)
- หัวหน้ากรรมการการค้า แหล่งสมาคมนายทหาร กรมการทหารสื่อสาร
- หัวหน้าส่วนข้อมูล ศูนย์อินเทอร์เน็ต ททบ.5
- หัวหน้าชุดถ่ายทอดข่าวผ่านดาวเทียม ฝ่ายเทคนิค ททบ.5
- หัวหน้าแผนกพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายโทรทัศน์ดาวเทียม ททบ.5
- กรรมการตรวจสอบและประเมินผล โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพลและประสิทธิภาพหน่วยทหารกองทัพบก ประจำปี 2551
- ที่ปรึกษาสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(องค์การมหาชน) กระทรวงกลาโหม
- อนุกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อความมั่นคงของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2550)
- อนุกรรมการศึกษาและจัดทำข้อมูลการใช้คลื่นความถี่เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ระหว่าง 5 มิถุนายน 2551 - 4 มิถุนายน 2552)
- อนุกรรมการ และ เลขานุการ คณะอนุกรรมการศึกษาและจัดทำข้อมูลการใช้คลื่นความถี่เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ระหว่าง 15 มิถุนายน 2552 - 14 มิถุนายน 2553)
ความภาคภูมิใจในอดีต
- สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า(ลำดับที่ 22/368) สอบได้ที่ 1 เหล่าทหารสื่อสาร
- ได้รับเหรียญรางวัลผู้มีการศึกษาดี โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- ประกาศนียบัตรนักเรียนนายร้อยผู้มีความประพฤติดี
- โล่เกียรติยศนักเรียนนายร้อยตัวอย่าง
- โล่รางวัล ชนะเลิศการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย(Mr.PT) หลักสูตรจู่โจมรุ่นที่ 73 ศูนย์สงครามพิเศษ
- นักกีฬาบาสเก็ตบอล โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
- นักกีฬาบาสเก็ตบอล โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เข้าร่วมการแข่งขันกีฬากองทัพบก
- นักกีฬาบาสเก็ตบอล ตัวแทนกองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมการแข่งขันกีฬากองทัพบก
- นักกีฬาเทเบิลเทนนิส และกรรมการบริหารชมเทเบิลเทนนิส จังหวัดนครราชสีมา
- นักร้องวงหัสดนตรี โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- นายทหารคนสนิท แม่ทัพภาคที่2==>ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก==>รองผู้บัญชาการทหารบก
- ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสารที่ 12 รักษาพระองค์ และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ราชองครักษ์เวรประจำพระองค์ ฯ
- ผู้จัดการระดับเพชรคู่ "Double Daimond Manager" บริษัท Hai-O Enterprise(Thailand) Co.,LTD.
- ที่ปรึกษาสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(องค์การมหาชน)
- อนุกรรมการ และ เลขานุการคณะอนุกรรมการฯ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
1. การพัฒนาคุณภาพชีวิต
2. การประกันคุณภาพการศึกษา
3. การวางแผนเชิงกลยุทธ์, การบริหารองค์กรและการจัดการ
4. การศาสนา
5. ฮวงจุ้ย, ดวงจีน, ฤกษ์ยาม
6. ที่ปรึกษาส่วนบุคคล, ที่ปรึกษาธุรกิจ, อาจารย์ และวิทยากรฝึกอบรม
ความฝัน และ แรงบันดาลใจ
1. มีจิตอาสาเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย
2. มีจิตอาสาเพื่อช่วยพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ น่าอาศัยอีกแห่งหนึ่งของโลก
3. มีจิตอาสาในการเผยแผ่ศาสนาในฐานะ "ศาสนทูต"เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างผู้นับถือศาสนาต่างๆ
วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งเว็บไซท์
1. เพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สาธารณชนได้รู้จัก
2. เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูล-ข่าวสาร และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ถ้าเห็นว่าผมเป็นคนที่ไม่น่ารังเกียจ...ก็จะได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น, เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
ความเชื่อของผม
1.ผมเชื่อในคำสอนของศาสนา โดยเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มุ่งสู่จุดหมายปลายทางเดียวกันคือ "สันติสุข และ สันติภาพ"
ซึ่งถ้าหากทุกคนได้ศึกษาจนสามารถเข้าใจในศาสนาของตนจนถึงแก่น แล้วทำความเข้าใจกันระหว่างศาสนาต่างๆที่มีอยู่ในโลก สันติภาพอย่างถาวรจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้
2.ผมเชื่อว่า"มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่จะมีความสุข"
แต่ในความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ก็สุขบ้างทุกข์บ้างคละเคล้ากันไป ซึ่งนอกจากผมจะมีความรู้ในทางโลกเพื่อการประกอบสัมมาอาชีวะแล้ว ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนของศาสนาทั้งพุทธ, คริสต์ และอิสลาม ได้เห็นข้อดีและประโยชน์ของทั้ง 3 ศาสนาหลักของโลก รัก+เคารพ+ศรัทธาในศาสดาทั้ง 3 ท่านคือ พระพุทธเจ้า, พระเยซูคริสต์ และท่านนบีมุฮัมหมัด ได้น้อมนำเอาหลักธรรมคำสอนของทุกๆท่านมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จนได้พบกับความสุขที่อยู่ลึกๆภายในใจ ซึ่งไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงินทอง จึงเกิดความคิดอยากจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้อื่นบ้าง
เว็บไซท์นี้จึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อกลางให้ผู้ที่เห็นคุณค่าของผม สามารถติดต่อเข้ามาทำความรู้จักกัน, มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน, ศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ผมรู้สึกมีความสุขในตัวเอง กล้าคิด+กล้าพูด+กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง
3.ผมเชื่อว่า"ใครที่เป็นเพื่อนผมไม่มีทางขาดทุน" เพราะผมไม่เคยคิดที่จะเอาเปรียบใครและพร้อมจะให้เมื่อมีโอกาสอันเหมาะสม
3.1 วัตถุทาน (ให้ตามควรแก่กาล)
3.2 วิทยาทาน (ให้ได้ตลอดเวลาไม่มีวันหมด)
3.3 อภัยทาน (ให้กับทุกคนที่สำนึกผิด)
4.ผมเชื่อว่า"ทุกคนที่เป็นเพื่อนกับผม จะสามารถค้นพบความสุขในชีวิตได้ในอนาคต"
เพียงแค่ส่ง E-mail มาพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ หรือ จะโทรศัพท์, Facebook, Twitter ฯลฯ(ตามแต่ท่านจะสะดวก) ทุกๆท่านก็จะได้รับสิ่งที่ดีๆกลับไป...อย่างน้อยๆก็ คำพูด, แนวคิด, คำแนะนำ และคำปรึกษา ฟรี ! โดยไม่คิดมูลค่า
ผมอยากจะถามท่านว่า ==> "ระหว่างที่เราต่างคนต่างอยู่กับเรามาเป็นเพื่อนกันคุณคิดว่าอย่างไหนน่าจะดีกว่ากัน?"