You are hereสถาบันพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม (Quality of Life and Social Development Institution)

สถาบันพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม (Quality of Life and Social Development Institution)


ปรัชญา (Philosophy)

มุ่งสู่ความสงบร่มเย็นและเป็นประโยชน์ (Peaceful & Useful)

วิสัยทัศน์ (Vision)

สถาบันพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม เป็นผู้นำทางวิชาการด้าน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม ในระดับสากล

พันธกิจ (Mission)

จัดหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เรียนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความฝัน
และแรงบันดาลใจของแต่ละบุคคล

เป้าหมาย (Goal)

ผลิต "ผู้นำแห่งการพัฒนาคุณภาพชีวิต"สงมอบให้กับครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม พ.ศ.2558-2562

กลยุทธ์ที่ 1 : น้ำเต็มตุ่ม
กลยุทธ์ที่ 2 : สุขภาพดีไม่มีขาย(ถ้าอยากได้ต้องทำเอง)
กลยุทธ์ที่ 3 : สร้างสัมพันธ์(อย่างยั่งยืน)
กลยุทธ์ที่ 4 : คู่ครอง ครอบครัว เพื่อนบ้าน สังคม และประเทศชาติ

*** การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมให้มีความสุขได้นั้นจะต้องมี กฎ-กติกา-มารยาทที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย บนพื้นฐานของความเสมอภาค และความเท่าเทียมกัน นอกจากมาตรการทางกฎหมายแล้ว สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือ "คุณธรรม จริยธรรม" ที่มาจากคำสอนของศาสนามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข(Peaceful) โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ "สันติสุข" หมายถึง ความสุขในขณะที่อยู่คนเดียวเพียงลำพัง และ "สันติภาพ" หมายถึง ความสุขในขณะที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป


ความรู้ ความคิด และความจริง

รู้ = แจ้ง เข้าใจ ทราบ

คิด = ทำให้ปรากฎเป็นรูปหรือประกอบให้เป็นรูปหรือเป็นเรื่องขึ้นในใจ ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง คาดคะเน คำนวณ นึก

จริง = แน่ แท้ ไม่ปลอม เป็นอย่างนั้นแน่แท้ ไม่กลับเป็นอย่างอื่น ไม่เท็จ ไม่โกหก ไม่หลอกลวง เป็นไปตามนั้น

1. ความรู้ (Knowledge)

คนที่มีความรู้ เช่น ครู อาจารย์ หรือ นักวิชาการ จะถ่ายทอดความรู้ของตนออกสู่ภายนอก(Explisit Knowledge) ผ่านทางการสอน การบรรยาย บทความทางวิชาการ หนังสือ เอกสาร ตำราต่างๆ ซึ่งความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ที่น่าเชื่อถือ มีที่มาที่ไป ตามหลักวิชาการ แต่ความรู้เหล่านี้ก็จะเป็นจริงอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะมีวันหมดอายุลงในวันใดวันหนึ่ง เนื่องจากมีการต่อยอดองค์ความรู้จากนักวิชาการรุ่นใหม่ๆอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เช่น ในอดีต "อริสโตเติล" นักปรัชญากรีกโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นเข้าใจว่า โลกเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาลโดยมีดวงดาวต่าง ๆ รวมทั้งดวงอาทิตย์โคจรรอบ ๆ ต่อมาในปี ค.ศ. 1609 โจฮันน์ เคปเลอร์ ได้ตั้งกฎของเคปเลอร์ ด้วยการประกาศว่า "โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี" ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ที่ลบล้างความเชื่อเดิมเกี่ยวกับจักรวาลของอริสโตเติล

2. ความคิดเห็น (Opinion)

"ความคิด" เป็นผลผลิตของสมองที่ได้มาจากการประมวลผลปัจจัยนำเข้าผ่านทางอายตนะ 6 (ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ) ความคิดของเราอาจจะเก็บไว้เงียบๆคนเดียว หรือนำเสนอผ่านสื่อต่างๆให้ผู้อื่นรับรู้ด้วย ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางสำคัญที่คนรุ่นใหม่นิยมใช้เป็นช่องทางหลักในการแสดงความคิดเห็น และสืบค้นข้อมูลที่ต้องการเสพตามรสนิยมและความชอบส่วนบุคคล ซึ่งข้อมูล-ข่าวสารต่างๆในโลกออนไลน์ทุกวันนี้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือทั้งตัวผู้แสดงความคิดเห็น และเนื้อหาที่นำเสนอด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันตัวให้รอดพ้นจากภัยที่อาจแฝงตัวเข้ามาทางสื่อออนไลน์ และความผิดตามกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

3. ความจริง (Truth)

แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ
3.1 สัจจธรรมความจริง ที่เป็นความจริงแท้แน่นอน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลาที่เรียกว่า "อกาลิโก" เป็นความจริงแท้ตลอดกาล เช่น ทุกสรรพสิ่งเมื่อมี "การเกิด" ก็ต้องมี "การแตกดับสูญไป" เป็นธรรมดา ตามกฎแห่งไตรลักษณ์ (อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา)
3.2 ความจริงที่เป็นจริงเฉพาะในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ความจริงนั้นก็อาจเปลี่ยนไป และอาจจะหมุนเวียนกลับไป-กลับมาได้ ณ ห้วงเวลาที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในเช้าวันหนึ่งที่ท่านยังไม่ได้รับประทานอาหารอะไรเลย จนเวลาผ่านไปถึงเที่ยง-ถึงบ่าย ถ้ามีใครถามว่า "หิวไหม?" ท่านจะตอบเขาว่าอย่างไร? เมื่อได้รับประทานอาหารจนอิ่ม คนๆเดิมเดินกลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งและถามด้วยคำถามเดิมว่า "หิวไหม?" ท่านจะตอบเขาว่าอย่างไร? นี่คือตัวอย่างของ "ความจริง" ที่แตกต่างกันในแต่ละห้วงเวลา ถ้าผู้รับข้อมูล-ข่าวสารไม่เข้าใจในเรื่องนี้อาจจะประเมินและตัดสินใจผิดพลาดได้ และถ้าคำถามนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อไม่มีเวลาได้ถามเหตุผล หรือเขาด่วนสรุปเอาเองว่า "ท่านเป็นคนโกหก-ตลบแตลงเชื่อถือไม่ได้" และบังเอิญว่าคนๆนั้นเป็นเจ้านาย หรือ บุคคลสำคัญที่สามารถให้คุณ/ให้โทษกับชีวิตท่านได้ ท่านจะได้รับผลอย่างไรบ้าง? ทั้งๆที่ตอบตามความจริงทุกประการเพียงแต่ต่างเวลากัน

ความรู้ ความคิด และความจริง ทั้ง 3 อย่างนี้เมื่อถ่ายทอดออกไปสู่ภายนอก หรือได้รับจากภายนอกเข้าสู่สมองของเรา ในแต่ละวัน เรารับอะไรเข้ามาบ้าง? เราสามารถแยกแยะได้หรือไม่ว่า "มันเป็นอะไร"? ==> ความรู้ ความคิด หรือ ความจริง

*** โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูล-ข่าวสารผ่านทางสังคมออนไลน์ ดังนั้นก่อนที่จะกด Like หรือ กดแชร์ข้อมูลต่างๆ กรุณาหยุดคิด พิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อนว่าข้อมูล-ข่าวสารเหล่านั้น สมควรที่จะเผยแพร่ต่อหรือไม่? เพราะการกระทำอย่างนั้น ได้แสดงถึงความเป็นตัวตนของท่านเอง เป็นหน้าตา-เกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความน่าเชื่อถือของตัวเราเองในแต่ละวันบนโลกออนไลน์

ด้วยรักจากใจ
"อาจารย์เจี๊ยบ"